หลังจากทำตลาดมานานกว่า 7 ปี ล่าสุดก็ถึงเวลาของรถรุ่นใหม่ All New Honda HR-V e:HEV 2022 กับการเปิดตัวรถครอสโอเวอร์รุ่นขายดี Hond HR-V นับเป็นรถยนต์ที่สำคัญ ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กในไทย หลังจากออกขายไม่นาน HR-V เจเนอเรชันแรก ทะยานขึ้นสู่อันดับที่หนึ่งของยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้ซึ่งมีรถดีๆ มากมาย เช่น Corolla Cross Mazda CX-30 MG ZS Nissan Kicks Toyota C-HR และ Honda BR-V สำหรับ Honda HR-V มีบทบาทในการขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์ในปัจจุบัน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถอเนกประสงค์ไซส์เล็ก
จุดเด่นของ HR-V เจเนอเรชันที่ 1 คือพื้นที่ใช้สอย และความสามารถในการขับเคลื่อน 

All New Honda HR-V 2022 e:HEV ราคา

NEW HR-V e:HEV รุ่น RS ราคา 1,200,000 บาท
NEW HR-V e:HEV รุ่น EL ราคา1,100,000 บาท
NEW HT-V e:HEV รุ่น E ราคา 990,000 บาท

Honda new HR-V เจเนอเรชันที่ 2 มีการปรับดีไซน์ให้ดูล้ำสมัย รุ่น RS มีอุปกรณ์เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน (EL/E) จุดเด่นก็คือ ด้านหน้าและบั้นท้ายแบบใหม่ ไฟท้าย LED เชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่งด้วยเส้นไฟ LED ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสวยงาม ห้องโดยสารยังคงมีพื้นที่พอๆ กับรถรุ่นที่แล้ว รวมถึงการออกแบบมือจับที่เปิดประตูบานหลังซึ่งอยู่ในตำแหน่งเสาท้าย เบาะนั่งที่ปรับพับได้อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มสเปซการใช้งาน ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย เพิ่ม ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อุปกรณ์ภายใน จัดวางใหม่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง

ภายนอก เริ่มจากกระจังหน้าใหม่เชื่อมต่อกับไฟหน้า ปรับตำแหน่งของเสา A ที่ช่วยให้กระโปรงหน้าดูลาดยาว การใช้เส้นสายในแนวนอนที่ยาวต่อเนื่องจากไฟหน้าไปจนถึงไฟท้าย ด้านหลังดีไซน์ท้ายลาดสไตล์ Fastback ออกแบบเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ ผืนหลังคากระจกพาโนรามิก

All New Honda HR-V 2022 e:HEV รุ่น E
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ สีเดียวกับตัวรถ (รุ่น e:HEV EL) และสีดำเงา (รุ่น e:HEV E) กันชนหน้าและหลังแบบใหม่ ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED Light Strip
ที่เชื่อมต่อกับไฟเบรกเป็นเส้นแนวยาว ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต เสาอากาศครีบฉลาม ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL) โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า สัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

All New Honda HR-V 2022 e:HEV รุ่น RS
HR-V รุ่น RS ยกระดับอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน ด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต สัญลักษณ์ RS สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง กันชนหน้า-หลัง ติดตั้งชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน LED Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ไฟเลี้ยวด้านหน้า LED Sequential  ไฟท้าย LED Light Strip สี Smoke ล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว หลังคากระจกแบบพาโนรามา (Panoramic Glass Roof) สีภายนอก สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) กับหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน

ห้องโดยสารปรับใหม่หมด ด้วยรูปแบบที่คล้ายกับ new Civic มีการเน้นความพิถีพิถันในองค์ประกอบ พวกวัสดุ พลาสติก หนังและพรมปูพื้น อุปกรณ์ใช้งาน พวกจอภาพ ปุ่มควบคุมและสวิตช์ต่างๆ มุ่งผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง บริเวณคอนโซลหน้ามีการใช้เส้นสายแนวนอน พร้อมผิวสัมผัสที่เรียบ มีการจัดวางเลย์เอาต์และฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ใช้งานได้ง่ายไม่ละสายตาจากการมองไปข้างหน้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) พร้อมระบบ Air Diffusion System โดยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ ทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ กระจายลมได้อย่างเหมาะสม ทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง (เฉพาะรุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)

ภายในห้องโดยสารทุกรุ่น จัดเบาะหนังแบบใหม่สีดำ ออกแบบให้โอบรับกับสรีระของผู้นั่งได้ดียิ่งขึ้น รุ่น RS เบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ แยกพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับพับได้หลากหลายเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสูงสุด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย

Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว

Tall Mode:
สามารถพับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง

ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับเพื่อสอดเท้าไปที่เซนเซอร์บริเวณใต้กันชนด้านหลัง ระบบจะเปิดฝากระโปรงท้ายแบบอัตโนมัติ จากนั้นจึงกดสวิตช์ปิด พร้อมทั้งหยิบสัมภาระออกจากท้ายรถ และเดินออกห่างจากตัวรถ ระบบจะทำการปิดฝากระโปรงท้ายลงโดยอัตโนมัติ โดยขณะใช้งานจะต้องมีกุญแจรีโมทอยู่กับตัว และอยู่ห่างจากตัวรถอย่างน้อย 1 เมตร (รุ่น e:HEV EL และ รุ่น e:HEV RS)

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ลำโพง 8 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV RS) ลำโพง 6 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV EL) และลำโพง 4 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV E)  ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง ด้านหน้า 2 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) และช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า จำนวน 2 ช่อง (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL) พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง, ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING

Honda new HR-V e:HEV ทุกรุ่นย่อย ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ ขนาดความจุ 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC  i-VTEC 4 วาล์วต่อสูบ 16 วาล์ว ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) ชุดหน่วยควบคุม (Intelligent Power Unit – IPU) แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน น้ำหนักเบาเพื่อเก็บประจุไฟ และช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่ มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว มีกำลังสูงสุดทั้งระบบ 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที Honda เคลมอัตราสิ้นเปลืองของ Honda new HRV e:HEV ถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 94 กรัม/กิโลเมตร

ระบบ e:HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด ปรับเปลี่ยนโหมดการตอบสนองให้เหมาะสม ได้แก่

โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง แบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความจุมากขึ้น ช่วยให้สามารถขับในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ได้อย่างต่อเนื่อง

โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) ระบบจะขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุด

โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่โดยใช้ความเร็วสูงคงที่

Honda new HR-V e:HEV รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ทุกรุ่นย่อย ติดตั้งสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode เลือกโหมดการขับได้ 3 โหมด ได้แก่

ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงตามรูปแบบการขับขี่

Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป

Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ทำงานร่วมกับกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วย
ผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ ช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้านหน้า

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง

ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้า

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ทำงานเพื่อช่วยควบคุมคันเร่งและเบรก เพื่อรักษาความเร็วได้อย่างเหมาะสมเมื่อขับรถลงจากทางลาดชัน โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (กม./ชม.)

เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)

ระบบ Auto Brake Hold ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยหากกดสวิตช์เปิดการทำงานของระบบไว้ ระบบจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรกหยุดรถ และระบบจะปล่อยเบรกเมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่ง โดยระบบจะรักษาการเปิดการทำงานไว้อย่างอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องกดสวิตช์ทุกครั้งเพื่อใช้งาน

กล้องแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) สามารถล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อเดินออกห่างจากตัวรถในระยะ 1.5 เมตรขึ้นไป

ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง

ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง

ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่

พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า พร้อมอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่

ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)

ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags)

ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน

ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น

ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)

Honda CONNECT เฉพาะรุ่น e:HEV RS เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับและรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน มี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ได้แก่

1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี และบันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นต้น
3. Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง
5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
4. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และแจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และสั่งการดับเครื่องยนต์
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนด
8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

All New Honda HR-V 2022 e:HEV ราคา

NEW HR-V e:HEV รุ่น RS ราคาประมาณ 1,200,000 บาท
NEW HR-V e:HEV รุ่น EL ราคาประมาณ 1,100,000 บาท
NEW HT-V e:HEV รุ่น E ราคาประมาณ 990,000 บาท

 สีตัวถังภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่

สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก)

สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

สีขาวแพลทินัม (มุก)

สีดำคริสตัล (มุก) ในทุกรุ่นย่อย

สำหรับสีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) พร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน เฉพาะรุ่น e:HEV RS

Honda new HR-V e:HEV Modulo
อุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) มีให้เลือกทั้งไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น กระจังหน้า ชุดสเกิร์ตหน้า ชุดตกแต่งกันชนหลัง ชุดตกแต่งประตูข้าง คิ้วตกแต่งไฟตัดหมอก ชุดไฟตัดหมอกหน้า LED คิ้วบันไดสเตนเลส LED ปลอกท่อไอเสีย ม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง หรือในรูปแบบ แพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน อาทิ แพ็กเกจ Modulo Urban Package ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า ชุดตกแต่งกันชนหลัง และชุดตกแต่งประตูข้าง

ลงทะเบียนจองสิทธิ์ new HR-V e:HEV ใหม่ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19.00 น. จากนั้นทำการจองและรับรถตั้งแต่วันที่
19 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564 รับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Utility Package ประกอบด้วยกระบะใส่ของท้ายรถ และแผ่นกันรอยเบาะพนักพิงหลัง

เตรียมพบกับการประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda new HR-V e:HEV ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 นี้ ผ่านทาง LIVE ถ่ายทอดสดออนไลน์ทาง Facebook Fanpage และ YouTube Channel: Honda Thailand ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ชมรถได้ที่บูท Honda (A14) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Motor Expo 2021) ตั้งแต่วันที่ 2 – 12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี.

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

Facebook Comments
dooreview.com
anupap150332@gmail.com